A PHP Error was encountered

Severity: Warning

Message: fsockopen(): unable to connect to radio.dwebsalehost.com:8816 (Connection timed out)

Filename: libraries/Shoutcastinfo.php

Line Number: 109


Error: Connection timed out (110)
Jazzmoment - Webmaster Talk
ส่งข้อความถามถึงเพลงหรือคุยกับดีเจปืน
พิมพ์ j ตามด้วยข้อความ แล้วส่งมาที่ 4554510

Webmaster Talk

"ผอมลงหรือเปล่า" เป็นคำทักทายจากเก้งสาวที่ยืนอยู่ข้างๆผมที่ร้านหนังสือชื่อดังแถวสยาม
คำทักทายทำให้ผมต้องละสายตาจากหนังสือที่กำลังเลือกซื้อหันไปมองคนที่ถูกทักว่า "ผอมลงหรือเปล่า"
เธอเป็นหญิง ที่ไม่สูงมาก ผิวออกคล้ำ และท้วมระยะสุดท้าย ก่อนที่เสื้อผ้าจะระเบิดออกมา
เธอบอกว่าผอมลงบ้าอะไรอ้วนขึ้นย่ะ แล้วก็เม้าท์ๆๆๆๆกัน ผมละสายตาลงไปอ่านหนังสือต่อ
อันที่จริงผม เพิ่งเข้าร้านหนังสือสาขานี้เป็นครั้งแรก เป็นเพราะว่าห้างฯนี้มีอะไรให้เดินเยอะเหลือเกิน
แต่วันนี้ผมเข้าไปเพราะว่า อยากไปหาหนังสือบางเล่มที่ ผู้เขียนบอกว่ามีที่ร้านนี้เท่านั้น 
"ผอมลงหรือเปล่า" เสียงเดิม คำพูดเดิม ดังมาอีกรอบ
ความอยากรู้เรื่องชาวบ้านทำให้ผม ต้องละสายตาไปดูอีกครั้ง คราวนี้เป็น เก้งคนเดิม ทักกับ เก้ง 
คนถูกทักพูดด้วยน้ำเสียงมีจริตว่า "จะบ้าเหรอ ชั้นก็อย่างนี้แหละ" แต่ที่ผมเห็น ก็ท้วมระยะสุดท้ายเช่นกัน
แล้วสามคนนั้นก็ เม้าท์ๆๆๆๆกันต่อ ผมหยุดอ่านหนังสือ นึกถึงคำทักทายที่สวยหรู "ผอมลงหรือเปล่า"
ถ้าเป็นสมัยก่อน คนไทยคงต้องทักกันด้วย ไปไหนมา ที่ทักกันอย่างนี้เพราะว่าบ้านแต่ละคนอยู่ไกลกัน
ถ้าเป็นคนจีนก็จะทักทายกันว่า ทานข้าวหรือยัง คนจีนสมัยก่อนลำบากอดมื้อกินมื้อ ดังนั้นก็เป็นห่วงกันเรื่องอาหารการกิน
ส่วนฝรั่งจะถามว่า สบายดีไหม เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ก็เป็นห่วงเป็นใยกัน
สมัยนี้ เก้งไทย ทักกันว่า "ผอมลงหรือเปล่า" คงเป็นการให้กำลังใจกันหรือเป็นการให้ความรู้สึกที่ดีๆแก่กัน
รู้ทั้งรู้ว่า มันอ้วนขึ้น แต่ก็นะ ผอมลงหรือเปล่า เพื่อให้ความรู้สึกเป็นมิตรมันกระชับพื้นที่ขึ้น
ผมรู้สึกว่า คนเราปัจจุบันห่างเหินคำชมกันไปนิดนึง ส่วนใหญ่จะเป็นการนินทาด่ากัน
ไม่ต้องถึงกับโกหกใส่กัน แต่หาข้อดีของคนแล้วก็ชมกันซะบ้าง
ผมเชื่อว่า เรา มีทั้งดีและไม่ดีอยู่ในตัวของเรา เค้าก็เช่นเดียวกัน
ถ้ามัวแต่จมกับข้อเสีย เราก็จะไม่เห็นข้อดีของอีกฝ่าย
"ผอมลงหรือเปล่า"
 

ดีเจปืน
jazzmoment@gmail.com

ตั้งแต่โตมาผมยังไม่เคยเห็นเส้นขั้นระหว่างความเจริญและยังไม่เจริญว่าหน้าตามันเป็นอย่างไรและอยู่ตรงไหน ผมคิดว่าเราทุกคนพยายามคิดว่าเราเป็นผู้ที่เจริญแล้วทั้งนั้น ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่คิดว่าเราผ่านเส้นนั้นมาแล้วเช่นกัน สำหรับผมแล้วความเจริญนั้นแบ่งออกเป็นสองเส้นด้วยกัน เส้นหนึ่งเป็นความเจริญทางด้านวัตถุ อีกเส้นเป็นความเจริญทางด้านจิตใจ ถ้าถามผมว่าบ้านไหนเมืองไหนเจริญหรือยัง อาจจะดูที่น้ำประปา ไฟฟ้า ไปถึงหรือยังอันนี้เป็นขั้นพื้นฐาน แล้วสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆก็จะตามมา ผมคิดว่านี่คือความเจริญทางวัตถุ ถ้ายังไม่พ้นเส้นนี้ก็คงยังไม่เจริญ แต่เดี๋ยวนี้ชาวบ้านบางคนวัดความเจิรญกันด้วย ห้างโลตัส ถ้าโลตัสยังไม่ไปถึงอำเภอเค้าก็แสดงว่ายังไม่เจริญ เชื่อไหมครับอำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทองไม่มีเซเว่น ไม่มีโลตัส ชาวบ้านอยากไปตากแอร์ต้องไป โลตัสที่สุพรรณ ความเจริญคงจะเป็นอีกระดับกับที่ผมคาดคิด แล้วความเจริญทางด้านจิตใจเราจะวัดกันได้อย่างไร ผมคิดพื้นๆก่อนว่าอะไรที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนถือว่าคุณผ่านเส้นแรกไปได้แล้วนั่นคือคุณเป็นคนทั่วไประดับที่หนึ่ง เชื่อไหมครับว่าข้างบ้านผมสูบบุหรี่ทิ้งหน้าบ้านผมทุกวัน ผมมีหน้าที่เก็บก้นบุหรี่ ไม่เป็นไรครับผมถือว่าเป็นการฝึกจิต เส้นต่อมานอกจากไม่เป็นการทำให้ใครเดือดร้อนแล้วคุณควรจะอยู่ในกรอบของสังคม กรอบของกฎหมาย และ กรอบของศีลธรรม ตามลำดับ เพื่อทำให้คุณเป็นคนที่ละเอียดยิ่งขึ้น ผมมีเส้นจราจรตามสี่แยกอยู่เส้นหนึ่งที่จะให้คุณลองดูความเจริญของเรา เส้นนี้ตีไว้ให้จอดหลังเส้น และตีไว้เพื่อให้รถจักรยานยนต์จอด เพื่อไม่ให้ล้ำเส้นไปที่ทางข้าม เมื่อไฟแดงผมจอดหลังเส้นจราจรเพื่อให้จักรยานยนต์จอดได้ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เป็นแบบนั้น มีรถเข้ามาเสียบด้านหน้าตรงที่เว้นไว้เพื่อจักรยานยนต์ มีรถคันที่สองมาขนาบด้านข้าง มีรถคันที่สามมาจอด สรุปว่าจักรยานยนต์ต้องไปจอดในทางข้ามถนน คนข้ามถนนต้องเสี่ยงชีวิตข้ามกลางแยก คนข้ามถนนโดนรถชนตาย จักรยานยนต์นั่งมอง คนขับรถที่ทับเส้นนั่งมอง ทุกคนคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว วันนี้ผมได้เห็นเส้นแห่งความเจริญที่แยกพระราม9 นี้แล้ว

   

ผมตกหลุมรักผู้หญิงคนนึงตั้งแต่ผมเห็นเธอครั้งแรก
ครั้งแรกที่เราพบกันเธออายุประมาณ ยี่สิบปลายๆ
ให้ตายเถอะเธอสวยที่สุดในชีวิตตั้งแต่ผมเจอผู้หญิงบนโลกใบนี้
นอกจากเธอจะสวยที่สุดแล้วเธอยังมีจิตใจดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาอีก
ผมพยายามหาข้อเสียในตัวเธอเพื่อให้ผมคลายอาการตกหลุมรักลงได้บ้าง
เธอดุครับ เสียงดัง ไม่ค่อยฟังใคร ผมเองเลยต้องยอมๆเธอไปเพราะขี้เกียจไปเถียงด้วย
อีกอย่างที่ผมเห็นว่าเธอมีดีกว่าผู้หญิงคนอื่นคือเธอทำกับข้าวอร่อยมากกกก
อย่าแปลกใจถ้าคุณเห็นผมอ้วนก็เธอนี่แหละ ทำอะไรมาผมก็หลับหูหลับตากินแล้วก็อร่อย
บางครั้งผมก็โดนหลอกว่าไอ้นี่อร่อยมาก ผมก็กินๆๆๆแล้วก็มารู้ทีหลังว่าคนอื่นเค้าไม่อร่อยกันเลย
เธอเป็นคนชวนผมไปวัด ไปเวียนเทียน ไปทำสังฆทาน ไปฟังพระเทศน์ จนผมเสพติดการเวียนเทียน
เป็นธรรมดานะครับที่ผู้ชายอย่างเราออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง ก็ได้เธออีกนั่นแหละเป็นคนคอยเตีอนดึงผมกลับมาอยู่ในลู่
เธอมักจะคอยผมกลับบ้านไม่ว่าจะดึกแค่ไหน บางทีก็หลับคาทีวีไปก็มี ถ้าผิดเวลามากเธอจะโทรฯมาตามว่า อยู่ไหน 
ผมก็ต้องบึ่งรถกลับบ้านเพราะเหมือนเดิม ขี้เกียจฟังเธอบ่น
เธอชอบให้ผมเล่าเรื่องของผมให้เธอฟัง แล้วเธอก็จะวิจารณ์โน่นนี่นั่นไปด้วย
ส่วนเรื่องของเธอจะเป็นเรื่องในบ้านเป็นส่วนใหญ่ เธอเป็นคนที่เล่าเรื่องหมาในบ้านผมได้สนุกที่สุดแล้ว
เธอเป็นคนอารมณ์ดี ผมก็อารมณ์ดีไปด้วย 
กลับบ้านปุ๊ปถ้าเธอยังไม่หลับ ผมจะไปหอมแก้มเธอก่อน (เริ่มอีโรติค)
แต่ถ้าหลับแล้วตอนเช้าผมจะเดินไปกอดเธอ (เพราะเธอตื่นก่อนผมเสมอ)
ทุกเดือนผมมีหน้าที่เอาเงินให้เธอใช้ พักหลังให้เยอะหน่อยเธอบอกว่าไม่เอาเยอะไป ผมก็บอกว่าเอาน่าฝากไว้ก่อน
ใช้ไม่หมดก็เก็บไว้ เผื่อวันไหนไม่มีจะได้ยืมมั่ง ผมกระเซ้าเธอ เธอก็ โอเคๆ
ผมได้เจอเธอมาเกือบจะสี่สิบปีแล้วบวกกับครั้งแรกที่เห็นตอนเธอยี่สิบปลายๆ เธอก็เกือบจะเจ็ดสิบแล้วสินะ
ผมกราบเท้าเธอทุกครั้งที่มีโอกาส เธอเป็นผู้หญิงที่ประเสริฐที่สุดในโลกของผม
ผมคงเป็นผมในวันนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ คงไม่มีดีเจปืน ไม่มีjazzmoment
เป็นบุญหัวของผมที่เธอดูแลผมมาตลอดทั้งชีวิตของผม
เธอคือผู้หญิงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่ผมสัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิต
แม่ ผมรักแม่ครับ
วันแม่ปีนี้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคาพยาธิ อยู่เป็นมิ่งขวัญกับลูกนานๆนะ

ดีเจปืน

 

ในโลกปัจจุบันยังมีคำว่าพออยู่บ้างไหม
ส่วนใหญ่ผมมักจะเจอกับยังไม่พอขออีก
วันหนึ่งที่ร้านอาหารตามสั่งอันแสนธรรมดาแต่อร่อย
ผมสั่งกับข้าวมากินแบบไม่ยั้ง กระเพราะหมูชิ้นไข่ดาว เกาเหลาหมู ต่อด้วยหมี่กรอบ
ทั้งหมดนี้ทานคนเดียว ไม่รู้ว่าไปตายอดตายอยากที่ไหน แต่มันอร่อยจริงๆ
ระหว่างที่กำลังละเลียด กับข้าวอยู่นั้น ชายผิวดำผอมกระหร่องเดินปรี่มาที่ผม
เค้าใส่เสื้อเหลือง กางเกงขาสั้น สวมแว่น เค้าเงื้อมือซ้าย พร้อมมือขวา
ยกขึ้นพนม แล้วพูดจาแบบไม่ชัดว่า พี่คร้าบ เลี้ยงข้าวผมหน่อยคร้าบ ผมอยากกินข้าว ... มีต่อ

คำที่กล่าวมาเป็นคำที่เราเห็นมานาน เป็นคำที่เราใช้กันโดยทั่วไป
และเป็นคำที่เจ้านายของเราได้ให้ไว้เตือนสติเรามานานหลายปี
คำนี้ไปคล้ายกับคำบาลีว่า มัฌชิมาปฎิปาทาน แปลเป็นไทยว่า ทางสายกลาง
อะไรที่อยู่ตรงกลางนี่มันดีตรงที่มันเหลือด้านข้างเท่าๆกัน ไม่ตกขอบไปด้านใดด้านหนึ่ง
ให้อธิบายยังไง บางคนก็จะไม่เข้าใจ หลายคนกว่าจะเข้าใจ และส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ ... มีต่อ

เคยได้ยินเรื่องปูเสฉวนไหมครับ ปูเสฉวนเป็นปูในตระกูลปูที่ไม่มีกระดองเป็นของตัวเอง
เมื่อโตเต็มกระดองแล้วเค้าต้องไปหาที่อยู่ใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น หอย ที่ใหญ่ขึ้น
ทีนี้พอมีอะไรมาเขี่ยเจ้าปูเสฉวนนี้ เค้าจะกลับเข้าไปอยู่ในกระดองหอย กลับเข้าไปจนกว่าเค้าจะพอใจ
เค้าจะกลับออกมาใหม่ แล้วก็แบกหอย ไปไหนมาไหนด้วย เพื่อว่าภัยมาหรือว่าต้องการกลับเข้าไปในโลกของเค้าก็ทำได้เลย ... มีต่อ

ผมเห็นโครงการหลายโครงการขององค์การต่างๆผุดขึ้นมากมาย แต่ละโครงการก็มีความตั้งใจดีทั้งนั้น
โครงการที่ผมเห็นเราร่วมมือกันมากมาย คือโครงการปลูกต้นไม้ถวายพ่อ
ต้นไม้ล้านต้นไม่ใช่น้อยๆนะครับ เยอะทีเดียว ถ้าเราปลูกกันได้จริงๆผมว่าประเทศเราก็จะมีต้นไม้งามๆอีกเยอะ
ทำไมถึงต้องมีโครงการนี้ เนื่องด้วยหลายสาเหตุ อย่างแรกคือทำเพื่อ พลิกผืนป่าให้คืนกลับมา ลดโลกร้อน
ไปปลูกป่าด้วยกัน มันได้มากกว่าคำว่า ปลูกต้นไม้ ผมว่าได้ความรัก ความสามัคคีเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
ทำไมต้องปลูกป่า ในเมื่อเราก็มีป่า หรือ ป่าเองก็มีอยู่แล้วมากมาย ... มีต่อ

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อคุณเห็น นั่นคือสิ่งที่คุณเห็น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสิ่งที่มันเป็น
หลายครั้งที่ เราเห็นในเงาลางๆ เมื่อเข้าไปเพ่งใกล้ๆ
มันกลับไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้ในจินตนาการ
บางอย่างสวยงามเมื่อพบเห็น แต่พลิกไปพลิกมากลับเห็นว่าไม่มีคุณค่าอะไรเลย
หลายครั้งที่เราได้ยินคนเล่าเรื่องราวต่างๆที่พิศดารพันลึก
แท้จริงแล้วเป็นเรื่องจริงแค่เศษเสี้ยวไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องจริงทั้งหมด ... มีต่อ

ไม่รู้ว่าเสนอข่าวเกินจริงไปหรือเปล่า แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกือบจริงกับผมและคู่อริ
สองวันนี้วิญญาณนักปั่นมันเข้าน่องอยากขี่จักรยานขึ้นมาตะหงิดๆ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรแต่ที่แน่ๆเมื่อยน่องมาก
กว่าผมจะกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาที่คนกรุงเทพฯส่วนใหญ่เข้าบ้าน หรือบางท่านอนามัยหน่อยคงจะเค้งแล้ว
ถึงบ้านเข้าห้องน้ำก่อนเพื่อไม่ให้ไปเรี่ยราดกลางทาง เสร็จแล้วก็คว้าจักรยานคู่ใจสภาพใหม่เอี่ยมเพราะว่าไม่ได้ขี่
ราคารถจักรยานไม่เท่าไหร่แต่ออฟชั่นคันนี้ตรึม เจ้าพ่อออฟชั่น ไฟหน้าไฟหลัง หมวกกันน๊อค ถุงมือ สูบลม และเครื่องมือประจำรถ
ไม่รู้จะมีทำไมนักหนาเพราะว่าขี่แค่ไปซื้อของปากซอย หลังจากที่ครบเครื่องเรียบร้อยผมก็ทำการปั่นออกจากบ้าน ... มีต่อ

มีความรู้สึกเหมือนผมไหมครับว่าคนเดี๋ยวนี้อดทนได้น้อยลง
ผมพยายามหาสาเหตุว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนถึงมีความอดทนได้น้อยลงกว่าแต่ก่อน
อะไรนิดหน่อยก็จะมีอารมณ์ คอยได้น้อยลง เก็บความรู้สึกได้น้อยลง
โลกมันเปลี่ยนไป คนเราก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นเรื่องธรรมดา
อะไรมันก็เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารข้อมูล รถยนต์ ไม่เว้นแม้แต่อาหารยังมีจานด่วน
เรื่องราวเดียวกันเรากลับรู้สึกว่ามันช้าจังในวันนี้ เพราะเราลืมว่าเมื่อก่อนก็ไม่ได้เร็วขนาดนี้
เรารู้สึกว่า จอภาพนี้ไม่ชัดเลย เพราะว่าเราดูจอHD เรารับกับภาพไม่ชัดไม่ได้แล้ว ... มีต่อ

OFFLINE