Latest Posts

anyway Thai airways

ผมกำลังนั่งรอเรียกขึ้นเครื่องบิน และนั่งมองเครื่องบินลำที่กำลังจะพาผมกลับบ้าน จำได้ว่าขามาเครื่องบินชื่อ เมธินีนาถ และ ขากลับคือ มุกดาสยาม ทุกครั้งที่ออกนอกประเทศ ถ้าเป็นคนเลือกสายการบินเอง ผมก็จะเลือกการบินไทย ด้วยเหตุผลนานาประการ ผมก็ยังรักในสายการบินไทย ถ้าเรามีครอบครัวใหญ่ แน่นอนครับเราจะเคยเจอปัญหาต่างๆในครอบครัวใหญ่ คือเราอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับญาติคนนี้ไปซะทุกเรื่อง แต่ถืงทางที่จะต้องเลือกผมก็เลือกสายเลือดก่อน เรื่องการปรับปรุง ก็ต้องกระทำควบคู่กันไป คำว่าไทย มันเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่สำหรับผม แน่นอนว่าเราอยู่ในบ้าน เราย่อมเห็นสิ่งที่ไม่ดี อะไรที่แก้ได้ที่ตัวเอง ผมก็เลือกแก้ที่ตัวผมเองก่อน อะไรที่แก้ไม่ได้ ผมก็ห่างออกจากสิ่งนั้น บางคนก็จะเลือกที่จะป่าวประกาศ สิ่งที่ไม่ดี ผมคิดว่า เพื่อที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี บางคนก็เลือกนำเสนอในสิ่งที่ดี ซึ่งบางคนอาจจะมองว่า นี่มันวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ทั้งหมดมันก็คือสิ่งที่เราต้องอยู่ ตามรัฐธรรมนูญแล้วไม่มีใครเอาเราออกจากความเป็นไทยได้ แม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับการบินไทยอย่างไร ผมก็ได้รับการปฏิบัติเทียบเท่าประชาชนคนหนึ่ง ขากลับมีการดีเลย์ เนื่องจากสภาวะภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ผมก็รู้สึกว่าดีที่ได้นั่งอยู่บนเครื่องแล้ว

Read More
ลอยประทีป ลอยกระทง ในคติพราหมณ์

ลอยกระทงในคติพราหมณ์ ลืมตามาดูโลก เขาก็ลอยกระทงกันแล้ว เพลงลอยกระทงก็มีแล้ว วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำก็นองเต็มตลิ่ง… เราส่วนมากก็ไปลอยกระทงตามกระแส พอโตขึ้นก็เริ่มเรียนรู้ประเพณีลอยกระทง แล้วก็เริ่มถอยหลังลงลึกเรื่องลอยกระทงไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดกำเนิดของการลอยกระทง เชิญล้อมวงกันเข้ามา พุทธศาสนามีมาประมาณ 2500 ปี ส่วนศาสนาพราหมณ์ก็ประมาณกันว่าก่อนพุทธกาล 2500 ปี แค่ย้อนไปห้าสิบปีโลกเราวันนั้นยังไม่เหมือนวันนี้ ย้อนไปร้อยปีก็ไม่เหมือนอีก คิดว่าร้อยปีที่แล้วโลกเราเป็นอย่างไร และห้าพันปีก่อนโลกเราจะเป็นอย่างไร เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ สมัยห้าพันปีก่อน ถ้าเราบอกว่ากรดบวกด่างเป็นกรด ด่างบวกกรดเป็นด่าง ลบคูณลบเป็นบวก คนคงจะงงกันหมด กว่าสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าจะแยกแยะ ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เวลาก็ล่วงเลยมาอีก2500ปี ตอนนั้นคนยังไม่เข้าใจอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นทุกคน แล้วจะทำยังไงให้โลกเมื่อ5000ปีจะอยู่อย่างเคารพกันและกัน ตอนนั้นคนเชื่อในธรรมชาติ เทพเจ้า ผีสาง ยังไม่คิดว่าฝนตกเพราะความกดอากาศสูงเจอความกดอากาศต่ำ นักปรัชญา นักคิด ที่เป็นนักบวช หรือพราหมณ์ จึงมีกุศโลบายให้

จงหิวเสมอ

เมื่อเช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น กวางต้องออกวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาชีวิตไม่ให้ถูกสิงโตจับกิน และเช้าวันเดียวกันเริ่มต้น สิงโตต้องออกวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อให้มีอาหารประทังชีวิต ความหิวทำให้เราต้องออกเดินทางหาอาหาร และความหิวก็ทำให้เราต้องดิ้นรนไม่ให้กลายเป็นเหยื่อ ดังนั้นความหิวจึงเป็นพลังขับเคลื่อนอะไรหลายอย่างให้เราเดินหน้าต่อไป ลองนึกภาพว่ามนุษย์ไม่ต้องกิน ทรัพยากรธรรมชาติรวมทั้งสิ่งมีชีวิตต่างๆคงเหลือเฟือ และเราอาจจะหาความหมายของการมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ การกินจึงถูกบรรจุเป็นปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ข้อแรก ช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดที่ต้องยอมรับว่า คือช่วงเวลาที่เรากำลังกินนั่นเอง เมื่ออาหารผ่านลิ้นผัสสะทั้งห้ามันเปิดออกและเรารับมันอย่างตั้งใจ ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งในช่วงเวลาที่ผมต้องทำสงครามกับน้ำหนักตัวเอง คือการไม่กิน หรือการกินน้อย มันอาจจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนไม่ชอบกิน แต่มันเป็นเรื่องที่ทรมานที่สุดสำหรับคนที่การกินคือความสุขของชีวิต วิธีทำน้ำหนักลงได้คือต้องต่อสู้ความรู้สึกหิวตลอดเวลา ความหิวเป็นพลังให้เราระลึกเสมอว่าเรากำลังต่อสู้เพื่ออะไร การกินที่มากเกินไปก็ทำให้เราตายได้ การไม่กินก็ทำให้เราตายได้เช่นเดียวกัน เมื่อหิวมันจะผลักให้เราไปข้างหน้า รู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย และอดทนรอให้ถึงวันพรุ่งนี้แทบจะไม่ไหว วันนี้ขอจบด้วยคำพูดของศาสดา เพื่อทำให้ตัวเรานั้นพัฒนาอยู่เสมอ Stay hungry, Stay foolish ปืนครับ

กระบี่ที่ดีที่สุด

ตอนผมเข้ายุทธจักรใหม่ๆ ผมมักคิดว่าการมีกระบี่ที่ดีที่สุดนั้นจะทำให้เราเป็นจอมยุทธ เพราะว่าจอมยุทธที่โด่งดังมักจะครอบครองกระบี่ไร้เทียมทานทั้งนั้น ผมเริ่มเก็บสะสมเงิน รับจ้างทำงานเล็กๆน้อยๆเพื่อสะสมเงินซื้อกระบี่จอมยุทธ กว่าจะซื้อมาได้มันใช้เวลานานพอสมควร ผมได้กระบี่จอมยุทธความรุนแรงระดับ1 มันได้ชื่อว่าจอมยุทธ แต่มันก็เป็นแค่ระดับต้นๆเท่านั้น ไม่เห็นมันจะทำให้ฝีมือดีขึ้นเลยวะ ผมรำพึงในใจ หรือว่าเราต้องปีนขึ้นไปอีก ผมเก็บตังค์เพิ่มและซื้อกระบี่จอมยุทธระดับ5 เริ่มมีน้อยคนที่จะมีกระบี่ระดับนี้ แต่ฝีมือก็ไม่เห็นดีขึ้นมาเลยวุ้ย ผมออกจะผิดหวังเล็กน้อยและออกท่องยุทธจักร โชคดียังเป็นของผมที่มีโอกาสได้เจอ ผู้เฒ่าแห่งพรรคกระยาจก สอนกระบวนท่าไม้เท้าตีสุนัข ได้เจอไอ้หนุ่มหมัดเมา สอนวิชามวยวัด และตงฟานปุ๊ป้าย ผู้ใช้เข็มแทนกระบี่ ทำให้ผมเห็นว่าจอมยุทธที่ได้รู้จัก ไม่มีใครใช้สุดยอดกระบี่สักคน แต่กลับสามารถใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นเป็นกระบี่ได้ และใช้ล้มคู่ต่อสู้ได้ทุกราย กระบี่ระดับ5จึงนอนพักอยู่ในตู้ และถูกหยิบมาใช้บ้างเป็นบางครา วันนี้ทุกครั้งที่ท่องยุทธจักร จอมยุทธทั่วไปก็มักจะเข้าโรงเตี๊ยม เพื่อพูดคุยกันในเรื่องกระบี่จอมยุทธ และกระบี่ไร้เทียมทานที่ออกรุ่นใหม่ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครพูดถึงฝีมือที่ต้องฝึกปรือด้วยตนเอง เรื่องจริงอีกอย่างคือจอมยุทธจะไม่เข้าโรงเตี๊ยม เพื่อพูดคุยเรื่องกระบี่แต่จะเข้ามาเพื่อดื่มสุราเท่านั้น และจอมยุทธจะอยู่ปะปนอยู่กับเราในท้องถนนนี่แหละ เพียงแต่คุณจะรู้ไหมว่า นั่นคือเฒ่าทารกแห่งพรรคกระยาจก หรือตงฟานปุ๊ป้ายแห่งพรรคสุริยันจันทรา

เมื่อคุณยิ้มให้โลก โลกก็ยิ้มให้คุณ

เราเคยได้คำขวัญ Land of smiles จากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาแล้ว และเราก็เคยได้คำขวัญ Thai style จากพวกเรากันเองมาแล้ว ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากคนอื่นแต่เกิดจากตัวเรา แล้วมันจะสะท้อนคนอื่นกลับมา สิ่งที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น ผมเห็นคนแสดงศักยภาพทางความคิดเยอะแยะ แต่เห็นคนลงมือทำเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และในการลงมือทำนั้นคนประสบความสำเร็จก็จะมีแค่เศษส่วน การเริ่มต้นคือจุดเริ่มต้นของสรรพสิ่ง สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือจะทำอย่างไรให้เขายิ้มให้เรา คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ ยิ้มให้เขา แล้วจะให้เขายิ้มให้เราแค่ไหน ก็อยู่ที่เราจะเปิดยิ้มให้เขาแค่ไหนเช่นกัน สมัยที่ผมอบรมการเป็นคนมีมารยาท ครูสอนผมว่า การไหว้นั้นเป็นการทักทายที่งดงามอย่างหนึ่ง แต่ การรับไหว้นั้นเป็นเสน่ห์ยิ่งกว่า เชื่อไหมครับ หลังจากนั้น ตั้งแต่รปภ. แม่บ้าน ยันกำนันตำบล ผมจะหยุดยืนรับไหว้เขาอย่างสวยงามทุกครั้ง ก็ในเมื่อเขา ทำด้วยใจ เราก็ต้องตอบกลับด้วยใจเช่นเดียวกัน แต่ละคนจะมีความยากในการยิ้มที่แตกต่างกัน และใช้วิธีการง้างยิ้มที่ไม่เหมือนกัน พื้นฐานเริ่มจากการยิ้มที่หัวใจก่อน แล้วปากมันจะออกมาเอง ยิ้มจะเป็นรองแค่การกอด

ความสุขของไส้เดือน

บ่อยครั้งที่ใครสักคนจากโลกนี้ไป แล้วใครบางคนก็ชอบที่จะบอกว่า โลกนี้มันไม่แน่นอน ดังนั้นอะไรที่เป็นความสุขก็ทำซะ จริงๆแล้วผมเห็นด้วยกับประโยคที่ว่านี้ ส่วนนึง แต่ก็มีอีกหลายส่วนที่รู้สึกย้อนแย้งอยู่ในที อย่างแรก ความสุขนั้นมันไปรบกวนคนอื่นไหม หลายครั้งที่ความสุขมันเกินเลย ไปกระทบสิทธิคนอื่นทำให้คนอื่นไม่มีความสุข อันนี้ก็ต้องลดลง อย่างที่สอง ความสุขนั้นไปเบียดเบียนตัวเองไหม อันนี้หลายคนบอกว่าตัวเขาจะทำอะไรก็ได้ แต่การที่มีความสุขแล้วร่างการพังพินาศ อันนี้ก็ต้องพิจารณา อย่างที่สาม ความสุขนั้นได้ประโยชน์กับตนเองไหม การทำอะไรแล้วมันเกิดประโยชน์กับตัวเอง สิ่งนั้นดี เช่นการหันมาออกกำลังกาย วิ่งแล้วมีความสุข อันนี้ดี อย่างที่สี่ ความสุขนั้นมันเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นหรือเปล่า อะไรที่ทำแล้วนอกจากตัวเองมีความสุข สังคมได้รับความสุขแผ่กระจายในวงกว้าง นั่นเป็นสิ่งประเสริฐ เช่นอะไรดี บริจาคเลือดละกัน หลายคนที่ได้รับก็มีชีวิตรอดต่อไปได้ เมื่อตอนที่มีคนบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ ผมนึกถึงไส้เดือน ไส้เดือนนี่อยากทำอะไรก็ทำจริงๆ เพราะไม่ต้องคิดมากอยู่กับดินชื้นๆ ไชไช มีความสุข แต่…มันเกิดประโยชน์แฮะ ดินที่บ้านสวนไส้เดือนเยอะมาก

My story your story

การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเรื่องราวเล่าขานสักเรื่องหนึ่ง ก็ทำให้สิ่งนั้นน่าสนใจขึ้น ผมไปญี่ปุ่นหลายรอบและมักจะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ เพราะแต่ละที่ของญี่ปุ่นนั้นมันมีเรื่องราวที่ไม่ซ้ำกัน เมื่อต้นปีผมมีโอกาสแวะไปที่อุสุโนมิยะ ซึ่งเป็นเมืองท่าเมืองหนึ่งของญี่ปุ่น ที่นี่ไม่มีอะไรมากแต่ก็มีอะไรให้แวะเวียนไปได้ เขาตั้งที่นี้เป็นเมืองแห่งเกี๊ยวซ่าครับ ผมก็ไม่ได้ถามว่ามันเกี๊ยวซ่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ทั้งเมืองเขาเน้นอาหารจากหลักเป็นเกี๊ยวซ่า ผมเองก็ไม่รอช้า ไปถึงปุ๊ปเข้าไปร้านเกี๊ยวซ่าที่ติดโรงแรมปั๊ป ครับ มันไม่เห็นจะอร่อยเลย ออกจะผิดหวังเล็กน้อย นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าเชื่อญี่ปุ่นทุกเรื่อง อย่าเพิ่งท้อครับต้องเจอสักร้านสิ ผมแก้ตัวด้วยการทำการบ้านเดินดูร้านที่มีคนต่อแถวรอมากที่สุด เอาล่ะเจอแล้วไว้ค่อยมากินวันพรุ่งนี้ ร้านนี้อร่อยจริงครับ เกี๊ยวซ่าอร่อยตรงไส้ที่หอมและรสไม่จัดจ้านจนเกินไป   นี่เป็นแค่ตัวอย่างเมืองที่คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรแต่ก็มีอะไรให้มาลอง การสร้างstoryในแต่ละที่ทำให้เราอยากจะค้นหาและศึกษาเรื่องราวนั้น ผมมองกลับมาที่ประเทศไทยทำไมเราไม่หาจุดท่องเที่ยวประจำตำบล ในเมื่อเราก็ตั้งใจจะให้ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่เอาเข้าจริงเรากลับเชียร์แหล่งท่องเที่ยวกันไม่ถึงร้อยละสิบ ของตำบลทั้งหมดในประเทศไทย เราเคยทำสินค้าOTOP เราก็ทำstoryเพื่อการท่องเที่ยวประจำตำบลอีกสักอย่างจะเป็นไรไป ถ้าเปรียบเราเป็นตำบลสักตำบลนึง ที่ไม่ใช่ หัวหิน เชียงใหม่ ภูเก็ต ประมาณว่าเกิดมาก็เซเลปเลย ผมว่าเราลองกลับมาดูตัวเราก่อนว่าเราจะสร้างstoryให้ตัวเองทางไหน แล้วค่อยปั้นไปทางนั้น ใครจะไปรู้ว่าคุณอาจจะเป็นหมู่บ้านผ้าทอมือ

ความสุขอยู่ที่ไหน

วันหยุดราชการวันหนึ่ง ด้วยความที่ทำงานติดต่อกันมานานหลายสัปดาห์ ผมก็อยากออกจากที่เดิมๆเพื่อที่จะไปหาอะไรที่ไม่คุ้นตา แต่เวลาก็มีน้อยเหลือเกิน การออกจากบ้านไปรัศมีใกล้ๆน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ทะเลคือความคิดต่อมา ใกล้ๆทะเลๆ คำตอบคือบางแสนครับ แม่เจ้าประคุณเอ้ย ไปถึงแทบไม่มีที่จอดครับไอ้ที่ว่าถนนกว้างๆคลาคล่ำไปด้วยผู้คน แน่นและแน่น เขามาทำอะไรกัน เขาก็มาเหมือนคุณ(มึง)นั่นแหละ อีกเสียงตอบกับตัวเองในหัว หลังจากที่คืบคลานหาที่จอดได้เราก็ต้องลงไปสูดไอทะเล แต่แปลก ส่วนใหญ่จะได้กลิ่นส้มตำ ไก่ย่าง ปลาหมีกย่าง ผมใช้เวลาเดินดูคนมาเที่ยวบางแสน เออ มันมีความสุขแฮะ ความสุขที่ได้เห็นคนมีความสุข แล้วมันเป็นความสุขที่ง่ายดาย คุณไม่ต้องไปทะเลที่สวยที่สุด ไม่ต้องไปทะเลที่ส่วนตัวที่สุด ไม่ต้องไปพักที่แพงที่สุด แต่คุณกลับมีความสุขที่สุด มันเป็นความสุขสาธารณะ คือความสุขร่วมกัน พอเราเห็นคนอื่นมีความสุขเราก็มีความสุขไปด้วย แล้วมันไม่ใช่น้อยๆครับเป็นร้อยๆ เรียบง่าย ปูเสื่อ เสื้อยืด เด็กๆวิ่งลงทะเล ลุง ป้า เอาครกมาเองตำๆๆๆๆ ไก่ย่างซื้อบ้าง

กว่าจะเก่งก็กลับบ้านเก่า

ผมคิดว่า ผมใช้เวลาทั้งชีวิตก็คงจะไม่มีความสามารถ เท่าคนที่มีความสามารถที่ผมได้รู้จักหลายๆคน หลายครั้งผมคิดว่าอะไรทำให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ถึงเป็นจอมยุทธในยุทธภพเหล่านั้น เท่าที่ผมทราบ จอมยุทธเหล่านั้นเรียนน้อยกว่าพวกเรา แล้วเราจะปั้นจอมยุทธคนใหม่มาแทนที่เขาเหล่านั้นได้หรือไม่ คำตอบคือบางอย่างได้ บางอย่างไม่ได้ อาจจะมีที่เก่งกว่าแต่จำนวนน้อยกว่า ถ้ามีเวลาสักสองร้อยปีเราอาจจะมีเวลาถ่ายทอดประสบการณ์กันได้มากกว่านี้ เอาเข้าจริงๆเรามีโอากสเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เพียงไม่นานเท่านั้น เพราะกว่าเขาเองกว่าจะมีประสบการณ์ขนาดนั้นบางคนอาจจะใช้เวลาทั้งชีวิต เริ่มต้นจากเครื่องเสียงผมมันออกอาการกลับบ้านเก่า ผมแบกไปหลายที่ตั้งแต่ตัวแทนจำหน่าย ร้านใกล้บ้าน ไม่มีใครตอบโจทย์ผมได้ จนต้องสืบเสาะค้นหาแล้วทราบว่า บนยอดเขาเหลียงซานคนละฟากฝั่งกับที่ผมอยู่มีจอมยุทธท่านหนึ่ง ผมไม่ลังเลที่จะแบกไปท้าทายความสามารถจอมยุทธท่านนี้ ซ่อมได้ หายดี มันเป็นเรื่องที่ผมต้องยอมรับในความสามารถจริงๆ ต่อมาจะมีบาริสต้าสักกี่คนที่กลับบ้านไปคั่วกาแฟด้วยตัวเอง มีครับแต่น้อย คนทำทำขนาดนี้ต้องรู้รอบด้านจริงๆ เดี๋ยวนี้คิดอะไรไม่ออกก็เปิดร้านกาแฟไว้ก่อน จึงไม่แปลกอะไรที่เราจะเห็นร้านกาแฟเปิดใหม่และปิดตัวลงเหมือนการกระพริบตา ตัวจริงเท่านั้นที่จะสามารถยืนระยะในโลกแห่งความเปิดง่ายและปิดง่ายอย่างร้านกาแฟ ร้านลูกชิ้นปลานี้เจ้าของร้านเคยเป็นเพื่อนเล่นกับพ่อผมตั้งแต่สมัยพ่อผมเด็กๆ เขาทำลูกชิ้นปลาเอง อยู่ข้างโบสถ์พราหมณ์ครับขายเฉพาะกลางวันเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอร่อยอย่างไร แต่นักชิมเอ่ยปากว่าอร่อย ร้านนี้ใกล้จะเลิกกิจการแล้วครับเพราะเจ้าของที่จะเอาไปทำโรงแรม และเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็ถือโอกาสจะเกษียณตัวเองไปในตัว คงมีร้านลูกชิ้นปลาอีกมากแต่รับรองว่าคุณจะไม่ได้ทานลูกชิ้นปลาอะไรแบบนี้อีก สุดท้ายคือป๋าชู ผมมีโอกาสได้รู้จักป๋าชูมาเกินสิบปีสิ่งที่ป๋าทำตั้งแต่อายุไม่ถืงยี่สิบจนเลยหกสิบ คือการทำเบเกอรี่

ก๋วยเตี๋ยวเป็ดป้านิ่ม

ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ก๋วยเตี๋ยวเป็ดผมอยากให้ลอง ก๋วยเตี๋ยวเป็นป้านิ่ม ก๋วยเตี๋ยวเป็ดป้านิ่มจัดเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดอินดี้ ที่ถ้าไม่มีใครบอกก็คงไม่ได้แวะไปเป็นแน่แท้ นี่คือบรรยากาศหน้าร้านครับ เพิงไม้เล็กๆริมถนนประเสริฐมนูญกิจ ป้ายหน้าร้านไม่ได้ตั้งใจทำนะครับ ร้านส่งน้ำแข็งทำให้เป็นของขวัญปีใหม่ ผมรู้จักร้านนี้จากการบอกต่อกันมาอีกทอด ซึ่งผมคิดว่าคนแถวนี้น่าจะรู้จักกัน ภายใต้หน้าเสือยิ้มยากจะพบกับความอินดี้ของป้านิ่ม ซึ่งผมเจอมาแล้ว ผมไปก่อนเวลาเปิดร้านสักหน่อย ป้าบอกว่าไปกินที่อื่นก่อนลูกป้ายังไม่ขายยังไม่เข้าที่ บร๊ะเจ้า ผมเก็บความอยากไว้มาวันหลังก็ได้ ไปถึงปุ๊ปแนะนำให้จดใส่กระดาษที่มีบริการอยู่หน้าร้าน ถ้าไปนั่งรอมารับออเดอร์คุณจะนั่งเหงาไปอย่างนั้นจนร้านปิด ถ้าคุณเป็นคนทานเท่าแมวดมแนะนำให้พาเพื่อนไปอีกสักคนเพราะสายแข็งอย่างผมล้มมาแล้ว ด้วยความที่คราวที่แล้วไม่ได้รับทาน คราวนี้ก็เลยสั่งไปสอง แห้งหนึ่งน้ำหนึ่ง แล้วก็ไม่มีใครเตือนอิ่มข้ามวันไปเลย การสั่งกลับบ้านทำได้แต่ต้องดูจำนวนลูกค้าที่นั่งรออยู่ในร้านเพราะถ้าลูกค้าในร้านยังรออยู่มาก สั่งกลับบ้านต้องรอก่อน ป้านิ่มโผงผาง สามารถต่อกรกับลูกค้าเป็นกลุ่มได้อย่างสบายๆ คุยแต่เรื่องป้านิ่มยังไม่ได้คุยเรื่องก๋วยเตี๋ยวเป็ดเลย ร้านที่ทำยังไม่ถึงขั้นเทพเนื้อเป็ดจะเหนียวและมีกลิ่นอยู่บ้าง แต่ป้านิ่มสามารถทำให้เป็ดเนื้อนุ่มเป็นเนื้อไก่ได้อันนี้ต้องขอคาราวะ น้ำก๋วยเตี๋ยวเป็นน้ำพะโล้หวานนิดๆ หนึ่งชามคุณจะได้ สะโพกน่องใหญ่ๆ ไส้เป็ด เลือด และถั่วงอกอีกกรุบกริบ ไม่มีเวลาได้สนทนากัน คนในร้านต่างก้มหน้าก้มตากินให้หมดชามก็เหนื่อยแล้ว ป้านิ่มฝากบอกว่าไม่ต้องมากันเยอะนะลูกป้าทำไม่ทัน ร้านเปิด 11:00น.

blind taste coffee

บางสิ่งไม่อาจสามารถตัดสินได้ด้วยตา ถ้าเราจะต้องเลือกไปร้านกาแฟสักร้านแล้วต้องแต่งร้านสวย ใช้อุปกรณ์แพง มีมุมถ่ายรูปเยอะๆ เราจะไม่ได้พบเจอหรือก็มีน้อยมากในญี่ปุ่น กาแฟที่ดีมันต้องดมและอมผ่านลิ้นค่อยกลืนลงไป ดังนั้นไม่ต้องดูบรรยากาศร้านอะไรมาก ไปชิมให้รู้กันไป ผมเดินผ่านหน้าร้านแล้วรู้สึกถึงความเรโทร กาแฟมากมายมหาศาลกองอยู่หน้าร้าน เหมือนบ่งบอกว่าร้านนี้มีให้เลือกเยอะนะ ระหว่างที่ยืนเมาเมล็ดกาแฟอยู่นั้น ก็ต้องหลบให้กับนักดื่มกาแฟที่ไม่ต้องมาเสียเวลายืนมองเมล็ดกาแฟอยู่นาน เพราะเขานำทางด้วย กลิ่น ลิ้น และสัมผัส ไม่ต้องมองครับนี่คือข้อได้เปรียบ เมื่อประสาทสัมผัสมันมีมากเราก็มักจะใช้มันให้ครบโดยไม่ได้จำเป็นไปซะทุกเรื่อง เช่นการจะกินกาแฟสักแก้ว เอาได้เวลาเข้าร้านแล้วครับ นอกจากร้านจะดูย้อนยุคคนขายก็อยู่ในยุคของร้านด้วยแต่เป็นการเก่าประสบการณ์ของการขายกาแฟมาอย่างยาวนาน กาแฟอะไรแพงกว่าซูชิอีกแต่ถ้ามันจะขนาดนั้นก็ต้องลองครับ คุณป้าเจ้าของร้านหยิบเมนูที่มีแต่ตัวหนังสือญี่ปุ่นออกมากาง ผมก็ท้าทายนางด้วย โอมากาเสะ เท่านั้นแหละครับภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่เอโดะ เมจิ มาเป็นพรวน ผมยิ้มแล้วพูดซ้ำไปอีกรอบ โอมากาเสะ ผมได้กาแฟที่ได้รับการคัดเลือกพิเศษจากเจ้าของร้านมาจิบ มันจะบางกว่าเครื่องเอสเพรสโซ่แต่ว่ามันกลมกล่อมตามประสากาแฟดริป คุณป้ามาถามว่าเป็นยังไงถูกใจหนูไหม ผมก็พยักหน้าหงึกๆดีครับ สมาคม blind taste อยู่ที่ชั้นลอย คุยกันสนุกสนานและกาแฟถูกนำไปปรนเปรอ