Latest Posts

Film and Fabric

กล้องและฟิล์มได้พาเราออกเดินทางไปพบปะผู้คนมากหน้าหลายตา วันนี้ก็เช่นกัน ความตั้งใจของผมคือ 1 ม้วนกับการเดินทางแบบ 1 วัน กับร้านผ้าที่มีสีสันสดใส กล้องที่ใช้เป็นกล้อง Hasselblad 903SWC กล้องมุมกว้างพิเศษของ Hasselblad กับ Film Fuji Pro400h ร้านแรกคือร้านผ้าโขมพัสตร์ ร้านผ้าพิมพ์ประจำถิ่นของหัวหิน คนพื้นถิ่นหัวหินมักจะนิยมใส่ผ้าลายโขมพัสตร์ เห็นเป็นเรื่องชินตา ไปหัวหินอยู่นานกว่าจะหาผ้าโขมพัสตร์มาใส่แต่พอใส่แล้วก็ใส่เป็นเสื้อผ้าของชีวิตประจำวัน ความโดดเด่นน่าจะเป็นลายพิมพ์และการให้สีสันบนพื้นผ้า จริงๆแล้วร้านผ้าโขมพัสตร์มี หลายสาขา หลักๆคือสาขาหัวหิน สาขาถนนนเรศ และสาขามิราเคิลมอลล์ รูปนี้ถ่ายที่สาขาถนนนเรศครับ ร้านที่สองเป็น ร้านผ้าที่ดังระดับประเทศ หรือเรียกว่าดังระดับโลกก็คงจะไม่เกินความจริงไปนัก นั่นคือ Jim Thompson ทุกครั้งที่เข้าไปลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ มีคนไทยก็คงแต่พนักงาน เราสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของจิม ทอมป์สัน ได้หลายสาขาแต่ถ้าเป็นผ้าชิ้นแล้วคงจะมีแต่สาขาถนนสุรวงศ์เท่านั้นที่มีผ้าเป็นพับให้จับและนำไปตัดเอง

Read More
If I ain’t got you

ประโยชน์อะไรเล่าถ้าไม่มีเจ้าก็เดียวดาย ถ้าจะพูดถึงเพลงนี้ตอนนี้คงยังไม่เก่าเกินไปนะครับเพราะว่ายังเห็นคนนำมา cover ใหม่อยู่เรื่อยๆ จริงๆเคยได้ยินเพลงนี้ผ่านหูมาบ้างแล้วแต่วันนี้ Tidal ก็เลือกเพลงนี้มาให้ฟังอีก ด้วยจังหวะและเสียงร้องทำให้ ลองฟังอีกรอบและเริ่มค้นหาเนื้อเพลง เป็นเพลงที่มีเนื้อหาที่ดีครับ ผมลองเอามาแปลให้คำสัมผัสที่สุดและไม่ให้เสียรูปประโยคเกินไปนัก Some people live for the fortuneSome people live just for the fameSome people live for the power, yeahSome people live just to play the game บางคนมีชีวิตเพื่อโชคชะตาบางคนก็อยากหาชื่อเสียงบ้างอยากมีอำนาจไร้คนเทียมบางคนมองชีวิตเพียงแค่เล่นเกม เป็นการเริ่มต้นด้วยการมีชีวิตอยู่ของผู้คนในสังคมซึ่งก็ไม่แปลกอะไรที่ทุกคนล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกันการทะเยอะทะยานไปจุดสูงสุดของแต่ละคนนั้นมันแตกกิ่งก้านไปมากมายตามแต่ ความคิด สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์

JUDY

จูดี้หนังอินดี้เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่ ผมเป็นแฟนเรเน่มาตั้งแต่เธอเล่นหนังเรื่องแรกๆจนเธอดังระเบิด แล้วก็หายไปจากวงการนับสิบปี กลับมาอีกครั้งเธอเล่นเป็นนักร้องที่เคยโด่งดังและก็กลับมาวงการ มันเหมือนชีวิตของเธอเสียนี่กระไร ตัวหนังไม่ขอแตะมากสิ่งที่สะดุดคงไม่พ้นเพลงประกอบ Over The Rainbow Over The Rainbow ถูกบรรจุให้เป็นเป็นเพลงขึ้นแท่นอมตะ นักดนตรีแจ๊สหลายคนนำเพลงนี้ไปเล่น ไปบันทึกเสียง จนโด่งดัง ต้นกำเนิดเพลงนี้มาจาก Judy Garland นั่นเอง เธอร้องเพลงนี้เป็นคนแรก ในภาพยนตร์ที่เธอแสดง ทั้งนักแสดงและเพลงทำให้ตรึงเวลาไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ไปจนจบเรื่อง

Joker

ส่วนตัวเป็นคนชอบหนังแนว super hero มากๆแบบมาช่วยโลก แต่หนังเรื่องนี้ตีความในแนวทางที่แตกต่างออกไป การเกิดขึ้นของสิ่งหนึ่งเป็นผลมาจากสิ่งหนึ่งหรือหลายสิ่งที่ตีเส้นให้เขาไปทางนั้น ผมยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ดูแต่ตัวอย่างหนัง ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผมสะดุดก็คือท่วงทำนองเพลงปิดท้ายของ Trailer นี้ ที่มีความเป็นแจ๊สอย่างชัดเจน send in the clowns คือประโยคปิดท้ายตัวอย่างหนัง เพลงที่ผมเคยฟังมาตั้งแต่เด็กๆ เพลงนี้เกิดขึ้นในปี 1973 ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเป็นเพลงประกอบละครเวที และหลังจากนั้นศิลปินแจ๊สก็เอามาร้องประหนึ่งว่ามันคือเพลงชาติของชาวแจ๊สเลยทีเดียว เวอร์ชั่นที่คุ้นหูมากที่สุดสำหรับผู้เขียนเองคงเป็นของ Frank Sinatra เพลงช่วยตอกย้ำความหม่นของหนังให้ดำดิ่งลงไปใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร เนื้อเพลงเองก็เหมือนจะตัดพ้อในชะตาชีวิตตัวเอง นักวิจารณ์หลายคนไม่แนะนำให้พาเด็กไปดูเพราะหนังไม่ใช่ ฮีโร่โลกสวยอย่างที่คิด การตีแผ่การเป็นคนร้ายในสังคมมันเป็นดาบสองคม คมแรกก็คงจะบอกได้ว่าสังคมมันเป็นแบบนี้นะเราควรจะปรับให้ดีขึ้น ส่วนคมที่สองอาจจะมีการเลียนแบบมากขึ้น ก็ขอให้เรามีภูมิต้านทานที่ดี ที่จะพัฒนาสังคมเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น แม้จะน้อยนิดแต่ก็ยิ่งใหญ่มหาศาล

Gucci retro

เมื่อไม่นานมานี้ แบรนด์ดังอย่าง GUCCI ลงโฆษณาผ่าน timeline ใน social ของผม สิ่งที่ทำให้สตั๊นไปได้คือเสียง solo trumpet สามารถสะกดวิญญาณให้หยุดนิ่งและมองไปที่โฆษณานั้น ภาพทั้งหมดเป็นภาพย้อนยุคให้เรานึกถึงการเดินแฟชั่นสมัยปี 1960 สิ่งแรกที่คิดคือใครเป่า trumpet (นะ) คนแรกที่ลอยขึ้นมาคือ Miles David ศิลปินแจ๊สที่เป็นเจ้าพ่อแห่งวงการทรัมเป็ตแจ๊ส เค้าเป่าได้ทุกแนว improvise ไปถึงขอบจักรวาล เป่าตั้งแต่ฟังโคตรง่ายไปจนฟังไม่รู้เรื่อง ภาษาแจ๊สเรียกว่า avant garde jazz ทำเวปชื่อ jazz แต่ไม่ค่อยได้พูดถึงแจ๊สเลย(จริงๆมีคนเคยบ่นเรื่องนี้เหมือนกัน) เลยหยิบเรื่องนี้มาพูดบ้าง เพลงประกอบโฆษณานี้อยู่ในอัลบั้ม Ascenseur pour l’échafaud โดย Miles David

อย่าเพิ่งตัดสินใจมาการองถ้าคุณยังไม่ได้ทานของจริง

คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินขนมจากฝรั่งเศสชื่อว่ามาการองและคงมีจำนวนมากกว่าที่เคยได้ยินแต่ไม่เคยลิ้มลองมาการองในจำนวนที่เคยลองชิมมาการองก็คงจะไม่ประทับใจไปอีกเกินครึ่งซึ่งผมเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น จำไม่ได้แล้วว่ามาการองเริ่มเข้ามานิยมในเมืองไทยเมื่อไหร่พอเขาเริ่มนิยมกันก็เป็นธรรมดาที่คนไทยจะต้องไปลองสักครั้งหลังจากที่เจอร้านมาการองร้านแรก ความประทับใจแรกคือ แพงจะแพงอะไรนักหนาโดนัทชิ้นละ 9 บาทเองแต่กลัวจะตกเทรนก็ซื้อมาลองสักกล่อง ครับ ไม่อร่อยมันแข็ง ร่วน หวานไปถึงโคนลิ้น จบกันประสบการณ์ มาการอง ผมได้มีโอกาสได้ลองมาการองอีกครั้งจากคำแนะนำของรุ่นน้อง บอกตามตรงไม่กล้าทานแต่ดูแล้ว ทำไมคนสั่งจังเลยเจ้านี้เป็นเพราะแม่ค้าหรือ รสชาติขนมกันแน่สุดท้ายทางร้านคงทนไม่ไหว ให้ลองชิมพระเจ้าช่วยกล้วยไม่ได้ทอด มาการองมันเป็นแบบนี้นี่เองคือมันกรอบ นุ่ม เหนียว ยืดๆ และมีกลิ่มหอมติดปลายจมูกรสชาติจริงๆแล้วไม่หวานมาก คือจิบกับชาหรือทานกับกาแฟผมว่ามันเข้ากันที่สุด ประสบการณ์เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่าบางครั้งในชีวิตเรา เราอาจจะเจออะไรครั้งแรกที่มันแย่ก็ไม่ได้แปลว่า อันนี้มันจะแย่ไปทุกบริบทคุณอาจจะเคยมีประสบการณ์ครั้งแรกกับความรักที่มันมีพิษก็ไม่ได้หมายความว่าความรักคือยาพิษไปทั้งหมดพิษของสมุนไพรบางอย่างกลับเอาไปทำเป็นยารักษาโรคร้ายได้หลายอย่างถ้าเราสามารถควบคุมและใช้ในปริมาณที่มันพอเหมาะพอดี คนส่วนใหญ่ชอบตัดสินจากประสบการณ์ครั้งแรกที่เคยเจอถามว่าผิดไหมก็ไม่ผิด ถามว่าใช่ไหมก็ไม่ใช่ทั้งหมดนี้มันรอการพิสูจน์จากตัวคุณเอง ปล.ขอบคุณมาการองจาก delabelle

ความผิดพลาดเล็กน้อยคือเรื่องน่ารัก

สี่ตีนยังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง เป็นภาษิตที่ผมได้ยินมานานมาก ถ้าเป็นไปได้คงไม่อยากมีใครทำผิดพลาดอยากจะทำให้มันสมบูรณ์แบบไปเสียทุกเรื่อง แต่ในความเป็นจริงแล้วความสมบูรณ์แบบมีเพียงแต่ในนิยาย และคงมีแต่เจ้าชายกับเจ้าหญิงในนิยายเท่านั้นที่ไม่เคยผิด ความผิดนั้นมีหลายระดับว่ากันตามกฎหมายผู้เยาว์กระทำความผิดไม่ร้องรับโทษบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะเมื่อกระทำความผิดต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดในบรรดาความผิดเองก็ยังแบ่งแยกย่อยลงไปอีกคือกระทำโดยเจตนากระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกระทำโดยประมาทกระทำการอันเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ความผิดแตกต่างกันการรับโทษก็จะแตกต่างกันไป ทางศาสนาแล้วการทำผิดก็เป็นบาปเช่น การฆ่าสัตว์เป็นบาปแต่บาปในการฆ่าสัตว์แต่ละอย่างก็ไม่เท่ากันการฆ่าสัตว์ใหญ่บาปมากกว่าสัตว์เล็กการฆ่าสัตว์ที่มีอายุยืนบาปมากกว่าสัตว์ที่มีอายุสั้นการฆ่าสัตว์ที่มีคุณบาปมากกว่าสัตว์ที่ไม่มีคุณ ความยืดหยุ่นของกฎหมายและศาสนาคือเมื่อกระทำความผิดแล้วสำนึกผิดความผิดก็เป็นอันทุเลาลงเช่นผู้กระทำผิดยอมรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อชั้นศาลหรือพระสงฆ์กระทำการปลงอาบัติเมื่อไม่ได้เจตนาผิดศีล ทั้งหมดนี้ก็จะโยงถึงความผิดเล็กน้อยที่พอจะให้อภัยได้เพราะตามหลักปรัชญาแล้วการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การให้อภัย เรื่องน่ารักเรื่องนึงคือคนสองคนกำลังจะเดินทางไปร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่เคยไปรู้แต่ว่าอยู่ใกล้กับวัดนึงเนวิเกเตอร์ก็เปิดแผนที่และชะโงกหน้าดูสลับไปมาวินาทีที่ต้องตัดสินใจเลี้ยวซ้ายหรือขวา เนฯให้เลี้ยวซ้ายแต่คนขับเลือกเลี้ยวขวาเพราะเห็นป้ายวัดเล็กๆแล้วก็ถึงร้านโดยสวัสดิภาพโดยเนฯนั่งเงียบๆแบบสำนึกผิดอยู่เรื่องนี้ดูไปก็ไม่ใช่เรื่องน่าจะผิดแต่บางคนก็คิดว่ามันผิดแต่ถ้ามองว่ามันเป็นเรื่องน่ารักมันก็จะน่ารักเพราะรักย่อมเข้าใจในรัก ปืน

เมื่อไหร่จะสวย

เมื่อลูกสาวย่างเข้าวัยรุ่นเดินเข้ามาถามพ่อของเธอว่า เมื่อไหร่เธอจะสวย เธออยากสวยเหมือนคนโน้นคนนี้บ้าง พ่อหันไปยิ้มแล้วบอกกับลูกว่าลูกสวยที่สุดอยู่แล้ว แต่เธอก็ไม่เข้าใจ พร้อมกับชี้ไปที่หน้าตัวเองแล้วบอกว่าสิวขนาดนี้นี่นะสวยขอตังค์ไปทำหน้าหน่อย ลูกสาวอีกบ้านหนึ่งเดินไปหาพ่อขอเธอพร้อมกับบอกพ่อว่าอยากไปดัดฟัน เธอมีฟันที่ไม่สามัคคีกันหลายซี่ พ่อก็หันไปยิ้มแล้วก็บอกว่าอย่างนี้ก็ดีแล้วลูก สองบ้านนี้ไม่รู้จักกันบ้านแรกผมรู้จักพ่อของเขา บ้านที่สองผมรู้จักลูกสาวของพ่อ พ่อได้บอกกับลูกสาวว่า หนูโชคดีมากที่มีสิวที่หน้า นี่คือธรรมชาติที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความงามของหนูเอาไว้ก่อน วัยรุ่นต้องยังไม่สวยเพราะความสวยที่แท้จริงของหนูคือความรู้ เมื่อหนูมีความรู้หนูจะสวยเมื่อไหร่ก็ได้ และจะเลือกใครก็ได้ วันนี้ถ้าเราถอดเกราะป้องกันนั้นออก ก็เหมือนดอกไม้ที่มันเบ่งบานก่อนเวลา เหล่าผึ้งก็มุ่งแต่มาตอมดอมดม จนเราไม่มีเวลาที่จะสนใจการเรียน เมื่อมีผึ้งมาตอม ดอกไม้ก็จะเฉาก่อนเวลาและไม่สามารถให้ผลผลิตที่ดีได้เพราะบานก่อนเวลาและติดผลที่ไม่สมบูรณ์ นี่คือเรื่องราวของต้นไม้ ไม่ต้องห่วงว่าตอนวัยรุ่นคุณไม่ใช่ดาวเด่น เพราะดาวที่อยู่บนท้องฟ้านานที่สุดกลับไม่ใช่ดาวที่สว่างที่สุด แต่ดาวที่นักเดินทางใช้เป็นจุดอ้างอิงในแผนที่นั่นคือดาวเหนือ เพราะดาวเหนืออยู่ทิศเดียวกับแกนหมุนของโลก ไม่ว่าโลกจะหมุนอย่างไรเราก็จะเห็นดาวอยู่ใกล้เคียงที่เดิม ดังนั้นถ้าเราสวยจากภายในเราจะสวยไปตลอดกาล แล้วเชื่อไหมครับยิ่งวัยรุ่นคุณดูธรรมดามากเท่าไหร่ตอนโตคุณจะยิ่งสวยขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านัก

นิเทศฯจำเป็นไหม

หลายคนเริ่มตั้งคำถาม(กับผม) ว่านิเทศศาสตร์ยังจำเป็นอยู่ไหมถามทั้งคนนอกวงการ ที่ลูกอยากจะเข้าวงการคนอยู่ในวงการเองที่เกิดความไม่มั่นใจในวงการและคนที่อยากจะออกจากวงการ ผมในฐานะคนที่อยู่(มานาน)ในวงการเพราะจับพลัดจับผลูเข้ามาในวงการก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ขอเล่าถึงประวัติวงศ์ก่อนละกันถ้าย้อนกลับไปในสมัยนั้นนิเทศศาสตร์คืออันดับ๑ ของสายศิลป์วงการสื่อมวลชนจะมีวารสาร(สื่อสิ่งพิมพ์) ถือว่าเป็นพี่ใหญ่ประชาสัมพันธ์ ก็เป็นเจ้าแม่ในองค์กรใหญ่ๆโฆษณา ถือว่ารายได้มากสุดและวิทยุ/โทรทัศน์ ที่กำลังต้องการคน ผมอยู่กองสุดท้าย ที่ทำทั้งวิทยุและโทรทัศน์การเข้าวงการแล้วจะออกมาอยู่ข้างหน้าเวทีเป็นเรื่องยากมากเพราะเวทีด้านหน้ามันเล็กกว่าข้างหลังเสมอเว้นแต่คุณจะโดดเด่นพอที่จะแหวกที่ขึ้นมาด้านหน้าได้ ตัดภาพกลับมาที่ภาพปัจจุบันเลยทุกวันนี้ ใคร ก็สามารถมาอยู่ข้างหน้าได้คุณสามารถทำงานเกี่ยวกับตัวหนังสือได้ทั้ง BLOG ทั้ง PAGE, Face, Twitterชอบถ่ายภาพไป IG ชอบทีวีไป YouTube วิทยุ Podcastวัยรุ่นหน้าใหม่ก็ไป Vlog จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันเราทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้อง เรียนมาก่อน ไม่ต้องอยู่ข้างหลังก่อนมาถึงก็อยู่ข้างหน้าได้เลย เพราะทุกอย่างมีพร้อมอยู่แล้วรอเพียงแต่ว่าคุณมีของหรือเปล่าผมเห็นหลายคนประสบความสำเร็จทั้งที่ไม่ได้จบ สายนิเทศศาสตร์บางคนอายุเกิน60 ก็หันมาทำpodcast มีรายได้เกินแสนบางคนหน้าเหี้ยมโหด ก็ไปรีวิวร้านอาหารโด่งดังหน้าตาดี รีวิวอะไรก็มีชัยไปกว่าครึ่ง นักศึกษาหลายคนที่เรียนนิเทศฯแบบไม่มีเป้าหมายเรียนให้จบไปก่อนแล้วค่อยไปตายเอาดาบหน้าเพราะคิดว่าหางานทำต่อง่าย หรือคิดว่าเรียนง่ายการต่อสู้แบบไม่มีทิศทางจึงเพลี่ยงพล้ำคนที่ไม่ได้เรียนแต่มีเป้าหมายชัดเจน เรียนแล้วดีอย่างไรการเรียนเหมือนการวางรากฐานคุณจะรู้ว่า อย่างไร

omakase หรือ ตามสั่ง

ถ้าพูดถึงร้านอาหารแบบง่ายๆเร็วๆไปที่ไหนก็มีนั่นคือ อาหารตามสั่งและเราจะไม่สั่งกันแบบธรรมดา เราสั่งกันแบบเฉพาะตัวมากแค่ผัดกระเพราอย่างเดียวเราสามารถสร้างสรรไปได้อีกหลายแบบและนี่คือวัฒนธรรมแบบบ้านเรา ตัดภาพกลับไปที่ประเทศญี่ปุ่น จะมีร้านอาหารเฉพาะตัวที่ขายอาหารแบบเดียวเช่นร้านซูชิก็จะเป็นซูชิอย่าเดียว เทมปุระก็เทมปุระอย่างเดียว ซ่อนตัวอยู่ภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า เซมมงเต็น semmontenและนอกจากจะขายเฉพาะอย่างแล้วยังมีแบบพิเศษขึ้นไปอีกคือไม่มีเมนูให้เราเลือกโดยเชฟจะเป็นคนเลือกภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โอมากาเสะ omakaseเชฟจะรู้ว่าแต่ละวันวัตถุดิบที่ดีที่สุดในวันนั้นคืออะไรและคัดที่ดีที่สุดมาปรุงให้เราได้ทาน อาจจะดูตรงข้ามกับบ้านเราหน่อยแต่ก็เป็นวิถีที่ทำให้เรามองเห็นนิสัยผู้คนจากการรับทานได้ ผมได้มีโอกาสไปทานอาหารญี่ปุ่นแบบ โอมากาเสะ เซมมงเต็น เป็นครั้งแรกที่บางกอกเรานี่เองครับ แต่เขายกทีมมาจากกินซ่า ชื่อร้าน Ginzatenharubkkครั้งแรกที่เห็นคือรูปจาก IG เออมันน่าโดนเสียจริงๆต้องจองนะครับมีสองรอบเที่ยงกับเย็น ร้านอยู่ที่เกษรวิลเลทชั้น3 ครับหน้าร้านดูเก็บเนื้อเก็บตัวตามสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ คือคุณดูไม่ออกว่านี่ร้านอาหารนะเมื่อไปถึงจะมีพนักงานนั่งอยู่ในมุมมืดถามเราว่า จองมาในชื่อคุณอะไรคะบอกชื่อเสร็จประตูเลื่อนแบบกระดาษขาวๆกรอบไม้ก็เลื่อนออกมีเชฟรอคุณอยู่สองคนครับ คุยกับเราเป็นภาษาญี่ปุ่นผมได้นั่งอยู่ปีกซ้าย เชฟทำการต้อนรับอย่างดีมีพนักงานบริการใส่ชุดกิโมโนอีกสองคนคอยแปลระหว่างเรากับเชฟ ออเดริ์ฟ จะมาพร้อมกับการซักซ้อมกับเราว่า เราทานอะไรได้และทานอะไรไม่ได้ส่วนตัวผมไม่ทานเนื้อวัวและปลาไหล เชฟจะทำการเปลี่ยนวัตถุดิบที่สมน้ำสมเนื้อมาให้แทนออเดริ์ฟเป็นของเบาๆเรียกน้ำย่อย ยิ่งกินจะยิ่งหิวครับเพราะมันจุ๋มจิ๋มเหลือเกิน หลังจากเพลิดเพลินกับออเดริ์ฟ เชฟจะจัดวัตถุดิบให้เราเสร็จพอดีและเอามาวางให้ดูพร้อมบอกว่านี่คือของที่คุณจะได้รับทานต่อจากนี้นะครับ มีแค่นี้แหละ ผมขออนุญาตข้ามไปบ้างนะครับเพราะถ่ายรูปไม่ทันจริงๆปกติเราไปทานเทมปุระทั่วไป ก็จะมีสองแบบให้เลือกคือ กุ้งเทมปุระหรือกุ้งผักเทมปุระซึ่งจะมีกุ้งหลายตัวอยู่ แต่…โอมากาเสะนี่คือกุ้งตัวเดียวที่คุณจะได้รับทานในรูปครับมันเหมือนจะน้อยแต่เมื่อกุ้งเข้าปากไป ตัวเดียวก็คุ้มค่าเท่ากับกุ้งหลายตัวเพราะกุ้งเองมีรสชาติหวานเหนียวนุ่มผมแอบเห็นเชฟทำการดัดกุ้งไปมาไม่หยิบลงกะทะเลย ถ้าเป็นกังฟูคงเป็นท่าหักกระดูกแต่กุ้งไม่มีกระดูกเราข้ามความสงสัยนั้นไป

anyway Thai airways

ผมกำลังนั่งรอเรียกขึ้นเครื่องบิน และนั่งมองเครื่องบินลำที่กำลังจะพาผมกลับบ้าน จำได้ว่าขามาเครื่องบินชื่อ เมธินีนาถ และ ขากลับคือ มุกดาสยาม ทุกครั้งที่ออกนอกประเทศ ถ้าเป็นคนเลือกสายการบินเอง ผมก็จะเลือกการบินไทย ด้วยเหตุผลนานาประการ ผมก็ยังรักในสายการบินไทย ถ้าเรามีครอบครัวใหญ่ แน่นอนครับเราจะเคยเจอปัญหาต่างๆในครอบครัวใหญ่ คือเราอาจจะไม่ได้เห็นด้วยกับญาติคนนี้ไปซะทุกเรื่อง แต่ถืงทางที่จะต้องเลือกผมก็เลือกสายเลือดก่อน เรื่องการปรับปรุง ก็ต้องกระทำควบคู่กันไป คำว่าไทย มันเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่สำหรับผม แน่นอนว่าเราอยู่ในบ้าน เราย่อมเห็นสิ่งที่ไม่ดี อะไรที่แก้ได้ที่ตัวเอง ผมก็เลือกแก้ที่ตัวผมเองก่อน อะไรที่แก้ไม่ได้ ผมก็ห่างออกจากสิ่งนั้น บางคนก็จะเลือกที่จะป่าวประกาศ สิ่งที่ไม่ดี ผมคิดว่า เพื่อที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี บางคนก็เลือกนำเสนอในสิ่งที่ดี ซึ่งบางคนอาจจะมองว่า นี่มันวิ่งเล่นอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ทั้งหมดมันก็คือสิ่งที่เราต้องอยู่ ตามรัฐธรรมนูญแล้วไม่มีใครเอาเราออกจากความเป็นไทยได้ แม้ว่าจะมีข่าวเกี่ยวกับการบินไทยอย่างไร ผมก็ได้รับการปฏิบัติเทียบเท่าประชาชนคนหนึ่ง ขากลับมีการดีเลย์ เนื่องจากสภาวะภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ ผมก็รู้สึกว่าดีที่ได้นั่งอยู่บนเครื่องแล้ว